เผื่อแห้วซานโช่!แมนยูถกบาเยิร์นหวังยืมโกมันใช้งาน

ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังคุยกับ บาเยิร์น ถึงการขอดึง คิงส์เล่ย์ โกมัน มาใช้งาน โดยอาจจะเป็นในสัญญายืมตัว และว่ากันว่า โกมัน สนใจที่จะมาเล่นกับ "ปีศาจแดง" ด้วย

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังเจรจากับ บาเยิร์น มิวนิค ถึงความเป็นไปได้ที่จะคว้าตัว คิงส์เล่ย์ โกมัน ปีกชาวฝรั่งเศสมาร่วมทัพ โดยอาจจะเป็นในรูปแบบยืมตัว ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำ

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวมาโดยตลอดว่ากำหนดให้ตำแหน่งปีกเป็นหนึ่งในตำแหน่งหลักที่ต้องทำการเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่ง เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็เป็นเป้าหมายเบอร์ 1 สำหรับเรื่องนั้น

    อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะได้ ซานโช่ มาร่วมทัพก็ถือว่ายากพอตัว เพราะเขาเป็นกำลังหลักของ ดอร์ทมุนด์ แถม "เสือเหลือง" ยังต้องการเงินอย่างน้อย 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของเขาด้วย ทำให้ที่ผ่านมามีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มองหาทางเลือกสำรองเอาไว้เหมือนกัน อย่างเช่น อิสไมล่า ซาร์ ดาวเตะ วัตฟอร์ด เป็นต้น

    ดิ แอธลติก เสริมว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ตามดูฟอร์มของ โกมัน มาพักหนึ่งแล้ว และมองว่าเขาจะเข้ากับสไตล์การเล่นของทีมได้อย่างสมบูรณ์แบบจากการที่เจ้าตัวขึ้นเกมได้รวดเร็ว และว่ากันว่าแข้งวัย 24 ปี สนใจที่จะย้ายมาเล่นกับทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เหมือนกัน

    ทั้งนี้ มีการคาดกันด้วยว่าในฤดูกาลหน้า โกมัน จะได้ลงเล่นกับ บาเยิร์น น้อยลง หลังจากที่ทีมของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค คว้าตัว ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เป็นที่เรียบร้อย

แฉสนั่น!พ่อ “เมสซี่” ซื้อบ้านในมิลานปูทางสู่ทัพอินเตอร์

สื่อหลายสำนักในอิตาลี รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ลิโอเนล เมสซี่ เตรียมอำลา บาร์เซโลน่า เพื่อไปค้าแข้งกับ อินเตอร์ มิลาน หลังพ่อบังเกิดเกล้าจัดการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเมืองมิลาน เพื่อเป็นการปูดทางสู่การค้าแข้งในเมืองมะกะโรนี

    ฮอร์เก้ เมสซี่ พ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนัง "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ตกเป็นข่าวใหญ่เตรียมย้ายไปเล่นให้กับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน หลังจากที่บิดาผู้ให้กำเนิดซื้อบ้านพักในเมืองมิลาน จากการเปิดเผยของสื่อหลายสำหรับในประเทศอิตาลี 

    บิดาบังเกิดเกล้าของ เมสซี่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเอเจนต์ส่วนตัวให้กับเขาด้วย เปิดประเด็นกระแสข่าวการย้ายมาค้าแข้งกับ "เนรัซซูร่า" ในฤดูกาลหน้า หลังจากที่เขาซื้อบ้านในย่านปอร์ต้า โนวา ที่เมืองมิลาน โดยว่ากันว่าเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับลูกชายสุดที่รักในกรณีที่ต้องแยกทางกับ บาร์ซ่า หลังหมดสัญญาในปี 2021

    สำหรับเรื่องนี้ทั้งสถานีวิทยุ ไร  เป็นเจ้าแรกที่รายงาน ตามด้วย ตุ๊ตโต้เมอร์กาโตเว็บ และสื่อหลักที่น่าเชื่อถือได้อย่างลา กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ตส์ ก็ร่วมรายงานเรื่องนี้ โดยหากเป็นความจริง งานนี้ เจ้าของบัลลงดอร์ 6 สมัย จะมีโอกาสได้ปะทะกับศัตรูที่รักอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ดัง "ม้าลาย" ยูเวนตุส อีกครั้ง

    อย่างไรก็ตาม สกายสปอร์ต อิตาเลีย สื่อชั้นนำในเมืองมะกะโรนี รายงานเกี่ยวกับเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังที่  บิดาบังเกิดเกล้าของกองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในดินแดนมะกะโรนี เป็นเรื่องของเงินล้วนๆ เพราะเขาหวังจะใช้ประโยชน์จากเรื่องภาษีในอิตาลี ที่น้อยกว่าในสเปน ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการย้ายไปเล่นให้ อินเตอร์

โจนส์ซิวยอดแข้งลีกสำรองพรีเมียร์ซีซั่นนี้

เคอร์ติส โจนส์ แข้งดาวรุ่ง ลิเวอร์พูล ได้รับเลือกให้ครองตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลนี้ของพรีเมียร์ลีก 2 หรือลีกสำรองพรีเมียร์ลีก

 โจนส์ ทำผลงานยอดเยี่ยมในการลงเล่นพรีเมียร์ลีก 2 ฤดูกาลนี้ที่ลงสนามไป 14 นัด ทำได้ 9 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ รวมถึงทำอีก 5 ประตูในการเล่นยูฟ่า ยูธ ลีก 4 นัด

 แข้งวัย 19 ปี กล่าวหลังคว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ไปครองว่า "ผมต้องขอบคุณบรรดาสตาฟฟ์โค้ชที่อยู่ในทีมชุดยู-23 มากๆ และขอบคุณเพื่อนร่วมทีมของผม ผมให้เครดิตพวกเขาเช่นกัน ผมตื่นเต้นจริงๆ" 

 ขณะเดียวกัน โจนส์ ก็สลับขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ของ เจอร์เก้น คล็อปป์  ที่ให้โอกาสลงเล่นพรีเมียร์ลีก 6 นัด และทำประตูได้ด้วยในเกมชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้น 1 วันได้ต่อสัญญาระยะยาวกับทีม

4ทางเลือกแทน’ปาวาร์’ของเสือใต้

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิค ยังมีการบ้านต้องทำสำหรับการลงทำศึกแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนสิงหาคมนี้โดยเฉพาะการเลือกตัวแทนของ แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาชาวฝรั่งเศสที่บาดเจ็บจากการฝึกซ้อม

บาเยิร์น มิวนิค พบข่าวร้ายจากการสูญเสียแบ็กขวาตัวจริง แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ซึ่งบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าซ้ายจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและกองหลังวัย 24 ปีจะต้องพักอย่างน้อย 3 สัปดาห์

ปาวาร์ แบ็กขวาดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 เขามีส่วนสำคัญต่อการนำทีมยักษ์ใหญ่แคว้นบาวาเรียคว้า ‘ดับเบิ้ลแชมป์’ ซีซั่นที่ผ่านมา หลังการคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 30 ของสโมสร ซึ่งเป็นการฟาดแชมป์ลีกเมืองเบียร์ 8 ปีติดต่อกัน ก่อนสอยแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล สมัยที่ 20 ด้วย

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ทีมเสือใต้ปล่อยลูกทีมพักหลังเกมชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 ในนัดชิงชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายราว 2 สัปดาห์ก่อนเรียกระดมพลเตรียมพร้อมสำหรับการลงทำศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนสิงหาคมนี้

ก่อน ฟลิค จะได้รับข่าวร้ายจากการเดี้ยงของ ปาวาร์ หลังแบ็กชาวฝรั่งเศสบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าซ้ายจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การบาดเจ็บดังกล่าวทำให้แบ็กวัย 24 ปีต้องพักประมาณ 3 สัปดาห์ นั่นเป็นการบ้านของ ฮันซี่ ฟลิค ที่ต้องหาตัวแทนลงประจำการแบ็กขวาสำหรับการลงทำศึกแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนหน้า

สำหรับการลงเล่นรอบ 16 ทีม นัดสอง ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจสำหรับเทรนเนอร์ทีมเสือใต้มากนัก หลัง บาเยิร์น มิวนิค บุกขย่ม เชลซี ถึงถิ่นมาด้วยสกอร์ 3-0

ทว่าความกังวลน่าจะอยู่ที่การลงเล่นรอบควอเตอร์ไฟนัลมากกว่า เนื่องจากมีแนวโน้มสูงว่าทีมเสือใต้จะเผชิญหน้ากับของแข็งอย่าง บาร์เซโลน่า ถ้าหากฟ้าไม่ผ่ากลาง ‘คัมป์ นู’ จนทำให้ทัพอาซูลกราน่าร่วงตกรอบไปซะก่อนในการลงเล่นกับ นาโปลี รอบ 16 ทีม นัดสอง ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ จากนั้นยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่าจะไปตามนัดกับทีมเบิ้มจากแคว้นบาวาเรียที่กรุงลิสบอนในวันที่ 14 สิงหาคม

ดังนั้น ฮันซี่ ฟลิค จึงมีเวลาซักซ้อมเตรียมความพร้อมสำหรับเกมสำคัญพอสมควรโดยเฉพาะการเลือกเฟ้นนักเตะที่จะลงเล่นตำแหน่งแบ็กขวาแทน ปาวาร์ ซึ่งเทรนเนอร์วัย 55 ปีมี 4 ตัวเลือกพร้อมใช้งาน ส่วนมีใครกันบ้างไปดูกันครับ

1.โยชัว คิมมิค
 คิมมิค ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับตำแหน่งแบ็กขวาและจะเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับ ฮันซี่ ฟลิค เนื่องจากกองหลังวัย 25 ปีเป็นแบ็กขวาเบอร์หนึ่งของทีมชาติเยอรมันและทัพเสือใต้ ก่อน ฟลิค จะตัดแต่งพันธุกรรมปรับมาเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับเหมือนกับที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยขยับ ฟิลิปป์ ลาห์ม จากแบ็กขวาสู่มิดฟิลด์ตัวกลางและประสบความสำเร็จด้วยดี

 ชัดเจนว่า คิมมิค คุ้นเคยกับการเล่นตำแหน่งดังกล่าวและเป็นตัวทดแทนที่สมบูรณ์แบบของ ปาวาร์ ในบรรดาตัวเลือกทั้งหมด หลังแบ็กชาวฝรั่งเศสทำ 4 ประตูและอีกหลายแอสซิสต์จากการลงเล่นฤดูกาลที่ผ่านมา จุดแข็งของ คิมมิค คือการรักษาตำแหน่งดีและยังช่วยเติมเกมรุกทางกราบขวาถึงกรอบเขตโทษคู่แข่งแบบสม่ำเสมอ แรงดีไม่มีตก โดยมีผลงานฐานะกองหลังที่เคยทำถึง 13 แอสซิสต์บนเวทีบุนเดสลีกาซีซั่น 2018-2019

 ดังนั้น คิมมิค จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับ ฮันซี่ ฟลิค โดยเฉพาะแมตช์ดวลกับ บาร์เซโลน่า ที่เกมป้องกันฝั่งขวาของทีมเสือใต้จะต้องมีหน้าที่รับมือกับ ลิโอเนล เมสซี่ ซุปตาร์ของทัพอาซูลกราน่าโดยตรง

ทว่า คิมมิค ถูกปรับบทบาทไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ด้วยการลงเล่นตำแหน่งดังกล่าว 34 จากการลงเล่นทุกรายการซีซั่นล่าสุด 47 เกม แข้งวัย 25 ปียังชื่นชอบกับบทบาทใหม่ด้วยและยังได้พัฒนาความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีมทั้ง เลออน โกเร็ตซ์ก้า กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เป็นอย่างดีด้วย

 อย่างไรก็ตาม ฮันซี่ ฟลิค ไม่ใช่เทรนเนอร์ประเภทที่ชอบปรับหลายตำแหน่งพร้อมกัน ถ้าหากเขาเลือกถอย คิมมิค กลับไปเล่นแบ็กขวา เขาก็ต้องหานักเตะคนอื่นที่จะมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อทีม ยกตัวอย่างช่วงที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ บาดเจ็บ เทรนเนอร์ทีมเสือใต้เลือกแก้ปัญหาด้วยการส่ง โยชัว เซิร์คซี่ กองหน้าดาวรุ่งชาวดัตช์ลงเล่นแทนดาวยิงชาวโปล โดยไม่คิดโยก โธมัส มุลเลอร์ หรือ แซร์ช นาบรี้ มาเล่นตำแหน่งของ เลวานดอฟสกี้ เพื่อรักษาความเข้าใจระหว่างนักเตะและระบบขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ

 คิมมิค อาจเป็นผู้เล่นที่พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอีกระดับ กองหลังวัย 25 ปีเป็นนักเตะที่เก่งขึ้นกว่าเดิมแบบไม่มีข้อสงสัย แต่เขาอาจไม่ใช่ผู้เล่นที่เหมาะกับตำแหน่งแบ็กขวาในยุคของ ฮันซี่ ฟลิค

 2.อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า
 บาเยิร์น มิวนิค ดึง โอดรีโอโซล่า มาจาก เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นความโชคร้ายของแบ็กขวาชาวสเปนวัย 24 ปีที่ย้ายหนีม้านั่งสำรองในมาดริดมาก้นด้านต่อที่มิวนิค หลังมีโอกาสลงเล่นบุนเดสลีกาแค่ 3 เกม รวมเวลาในสนามเพียง 156 นาทีเท่านั้น

 ‘เราต้องการแบ็คอัพ’ ฮันซี่ ฟลิค เปิดเผยถึงการเซ็นสัญญากับแบ็กชาวสเปนหลังเขาเดินทางมาถึงมิวนิค ‘เขาฝึกซ้อมเป็นอย่างดีและทำทุกอย่างได้ดี มันเป็นเรื่องดีที่จะรู้ว่าคุณมีตัวเลือกและมันเป็นบทบาทที่เขาน้อมรับ เราคุยกันเรื่องนี้ ผมต้องบอกว่าเขามีทัศนคติที่ยอดเยี่ยมและมีความเป็นมืออาชีพมาก ดังนั้นผมจึงแฮปปี้กับเขา’

 โอดรีโอโซล่า ก้มหน้ารับบทบาทสำรองของ ปาวาร์ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด โดยมีโอกาสลงสนามเพียง 3 นัดตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งเป็นการตอบแทนทัศนคติที่ดีของแบ็กชาวสเปนด้วยการส่งลงเล่นตัวจริงในเกมปิดฤดูกาลนัดที่ 34 กับ โวล์ฟสบวร์ก ทว่าเป็นการลงสนามราวหนึ่งชั่วโมง

‘เขาไม่ได้มีช่วงเวลาที่ง่ายนักในมิวนิค แต่เขามีความมุ่งมั่นอย่างมากในการฝึกซ้อมและเข้าหาทุกอย่างด้วยทัศนคติที่มีความเป็นมืออาชีพมาก’ ฟลิค กล่าวถึงแบ็กขวาชาวสเปน

 ไม่ต้องสงสัยเลยว่า โอดรีโอโซล่า มีคุณภาพฝีเท้าพอที่จะลงทำหน้าที่แทน ปาวาร์ ทว่านักเตะส่วนใหญ่จำเป็นต้องการลงสนาม 2-3 เกม เพื่อค้นหาจังหวะการเล่นของพวกเขา ขณะที่แบ็กวัย 24 ปียังขาดการเล่นในสนามจึงอาจไม่ใช่การเตรียมตัวดีที่สุดสำหรับการแข่งขันรายการสำคัญอย่างแชมเปี้ยนส์ลีกและยังไม่มีนักเตะทีมเสือใต้ลงสนามมาตั้งแต่เกมชิงชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล กับ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ทีมเสือใต้แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการจัดแมตช์อุ่นเครื่องกับ มาร์กเซย ของฝรั่งเศสในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคมเพื่อเคาะสนิมแข้งก่อนลงบู๊กับ เชลซี ในช่วงสัปดาห์ถัดไป

3.เยโรม บัวเต็ง
 เวลาในการเล่นไม่เป็นปัญหาสำหรับ บัวเต็ง ในซีซั่น 2019-2020 แม้ว่าเขาจะอายุ 31 ปีและลดระดับความสำคัญจากแนวรับคนสำคัญของ บาเยิร์น มิวนิค ในซีซั่น 2018-2019 ก่อนที่เขาจะพิสูจน์ให้เห็นคุณค่าหลังการบาดเจ็บหนักจนต้องพักยาวของ นิคลาส ซือเล่ และ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่ง บัวเต็ง กลับมาลงเล่นตัวจริง 23 เกมนำไปสู่การคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกา 8 ปีติดต่อกันสำเร็จ

 บัวเต็ง ยังได้คำรับเสียงชื่นชมจาก ฮันซี่ ฟลิค จากผลงานที่ผ่านมาของกองหลังวัย 31 ปี ‘เขาแสดงให้เห็นว่าสามารถเล่นได้ในระดับสูงและเขายังเล่นได้ดีมาก’

 อย่างไรก็ตามการลงเล่นตลอดซีซั่น 2019-2020 บัวเต็ง ทำหน้าที่ฐานะเซนเตอร์เท่านั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากองหลังวัย 31 ปีจะไม่สามารถเล่นตำแหน่งแบ็กขวา หลัง บัวเต็ง เคยเล่นตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว 58 เกมตลอดอาชีพของเขา

แน่นอนว่าถ้าเน้นเฉพาะเกมป้องกันคงไม่เป็นปัญหาสำหรับ บัวเต็ง แต่ถ้าหากจะใช้ประโยชน์ในการเติมเกมรุกเหมือนฟูลแบ็กสมัยใหม่ อาจมีเครื่องหมายคำถามสำหรับกองหลังวัย 31 ปี

 สถานะปัจจุบันของ บัวเต็ง คือการเล่นเซนเตอร์คู่กับ ดาวิด อลาบา ซึ่งเป็นปราการหลังตัวกลางคู่แรกในใจของ ฮันซี่ ฟลิค กรณีที่ นิคลาส ซือเล่ ยังไม่พร้อมสำหรับการลงเล่นเต็ม 90 นาที อีกทั้ง บัวเต็ง ที่มีส่วนสูง 6 ฟุต 3 นิ้วยังไม่เหมาะกับการเล่นด้านข้างด้วย ดังนั้นการขยับกองหลังวัย 31 ปีมาเล่นแบ็กขวาแทน ปาวาร์ น่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของเทรนเนอร์วัย 55 ปี

4.คริส ริชาร์ดส์
 เด็กหนุ่มวัย 20 ปีเป็นกองหนุนที่ยอดเยี่ยมของ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา แม้บทบาทส่วนใหญ่คือการลงเล่นกับ บาเยิร์น สมัครเล่น ในฤดูกาล 2019-2020 ก็ตาม เขาลงเล่น 30 เกมและมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ ลีกาสาม เยอรมัน ซึ่งกองหลังดาวรุ่งชาวมะกันลงเล่นเป็นเซนเตอร์ส่วนใหญ่ แต่ถูกขยับมาเล่นแบ็กขวา 12 เกม

 ฮันซี่ ฟลิค ชื่นชอบเด็กคนนี้มาก โดยเรียก ริชาร์ดส์ เป็น 1 ใน 5 นักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่นั้น เทรนเนอร์วัย 55 ปี ยังส่งชื่อแนวรับวัย 20 ปีติดโผชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมเยือน แวร์เดอร์ เบรเมน นัดที่ 32 ของซีซั่น แต่เขาเป็นผู้เล่นสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม ก่อนทีมเสือใต้จะบุกคว้าชัยด้วยสกอร์ 1-0

วันที่เด็กหนุ่มจาก แอลาบาม่า รอคอยมาถึงในอีก 3 วันต่อมาหลัง ฮันซี่ ฟลิค ส่งลงสนามแทน ฆาบี มาร์ตีเนซ ช่วง 6 นาทีสุดท้ายของเกมชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 นัดที่ 33 ของฤดูกาล

 ‘นับตั้งแต่พวกเขาลงฝึกซ้อมกับเรา คุณภาพพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง’ ฟลิค พูดถึงเด็กๆ ‘(จามาล) มูเซียล่า และ ริชาร์ดส์ ทั้งคู่ต่างอยู่บนเส้นทางที่ดีมาก ดังนั้นเราจึงให้รางวัลพวกเขาสำหรับการเป็นผู้เล่นสำรองให้พวกเขามีโอกาสเห็นว่าบุนเดสลีกาเป็นอย่างไร พวกเขาทั้งสองคนอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง แต่พวกเขายังมีหนทางอีกยาวไกลและยังต้องทำงานอีกมา ก่อนที่พวกเขาจะสามารถเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค’

จากบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้แสดงความชัดเจนว่า คริส ริชาร์ดส์ ยังไม่พร้อมสำหรับการก้าวขึ้นมาท้าทายเพื่อเป็นตัวแทนของ ปาวาร์ ในตอนนี้ แต่กองหลังวัย 20 ปีน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวป้องกันทีมเสือใต้ในอนาคตแน่นอน

 ดังนั้นจาก 4 ตัวเลือกข้างต้นของ ฮันซี่ ฟลิค ถ้าพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งข้อดี, ข้อเสีย บวกกับแนวทางการทำงานของเทรนเนอร์วัย 55 ปี คาดว่า อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า มีโอกาสลงทำหน้าที่แทน แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ มากกว่า 3 คนที่เหลือจึงขึ้นอยู่กับแบ็กชาวสเปนว่าจะฉวยโอกาสได้ดีเพียงใดเท่านั้น

ทำความรู้จัก ซีอีโอคนใหม่ ลิเวอร์พูล ฝีมือไม่ธรรมดา

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ ปีเตอร์ มัวร์ ประธานบริหารที่กำลังจะหมดสัญญาหลังหมดเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งคนที่จะรับไม้ต่อคือ บิลลี่ โฮแกน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของสโมสรลิเวอร์พูล

    ชื่อของ โฮแกน อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักสำหรับแฟนบอลเท่าไหร่นัก เพราะงานของเขาคือการทำงานเป็นเบื้องหลังเรื่องเชิงพาณิชย์ ทั้งการเจรจา ดีลสปอนเซอร์, การตลาด ซึ่งอะไรที่เกี่ยวข้องกับ เงิน ๆ ทอง ๆ นั่นแหละคือหน้าที่ของ โฮแกน

    ส่วนความรับผิดชอบของตำแหน่งประธานบริหารของสโมสรนั้น หลังจากที่ มัวร์ เข้ามารับตำแหน่งนี้ต่อจาก เอียน แอร์ ตำแหน่งนี้จะเน้นเรื่องการทำธุรกิจมากกว่าเรื่องฟุตบอล ซึ่งจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องซื้อ-ขายหรือต่อสัญญาผู้เล่น เพราะหน้าที่นี้เป็นของ ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์

    สำหรับ โฮแกน ที่จะเข้ามาเป็นซีอีโอคนใหม่ ก็ไม่ได้เป็นคนอื่นคนไกลกับสโมสรเลย เขาทำงานร่วมกับ มัวร์ และมีความสนิมสนมกันอยู่แล้ว

    โฮแกน เคยเป็น ประธานบริหารให้กับบริษัทในเครือของ FSG กลุ่มเจ้าของสโมสร มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องแบรนด์และภาพลักษณ์

    ประสบการณ์ในด้านการพาณิชย์ระหว่าง โฮแกน กับ FSG มีมานานถึง 16 ปี โดยก่อนหน้านั้น โฮแกน ใช้เวลาสั้น ๆ ในการเป็น ผู้อำนวยการฝ่ายขาย กับบริษัท ANC Sports

    ต่อมาเดือนพฤษภาคม ปี 2012 โฮแกน เข้ามาทำหน้าที่ในสโมสรลิเวอร์พูล ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ ดูแลเรื่องการเจรจาธุรกิจและการตลาด

    และพอเดือนมีนาคม ปี 2016 แอร์ ลาออกจากซีอีโอ แล้วตั้ง มัวร์ ขึ้นมาแทน โฮแกน ก็เลื่อนขั้นเป็นกรรมการผู้จัดการควบคู่กับผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ของทีม

    โฮแกน ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ ลอนดอน แต่ก็เดินทางมายัง ลิเวอร์พูล อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และก็บินไปต่างประเทศในคราวที่จำเป็น

    ทุกครั้งที่สโมสรทำการเซ็นสัญญากับสปอนเซอร์ เราจะได้เห็นโฮแกน ร่วมเฟรมอยู่เสมอ เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังดีลธุรกิจต่างๆที่เกิดขึ้น

    โฮแกน เน้นเรื่องการตลาดโดยเน้นไปทางสื่อโซเชี่ยลที่กำลังได้รับความนิยมเหมาะสมกับยุคปัจจุบันในโลกดิจิตัล ซึ่งรายได้ของ ลิเวอร์พูล ก็มาจากส่วนนี้เหมือนกัน อีกทั้งแฟนบอลก็จะยังมีส่วนร่วมกับสโมสรได้ทุกเมื่อไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน

 

    เมื่อเรื่องในสนามและผลงานเป็นหน้าที่ของ คล็อปป์ และทีมงานสตาฟฟ์ สิ่งที่ โฮแกน พยายามจะทำ นั่นคือการสร้างรายได้และการค้า ซึ่งรายได้นั้นมันก็จะกลับไปยังสโมสร

    ในช่วงที่ โฮแกน ทำงานกับลิเวอร์พูล เขาสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ต่อปีให้กับสโมสรเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวถึง 136 ล้านปอนด์ ซึ่งอำนาจทางการเงินที่ดีนี้ช่วยให้เจอร์เก้น คล็อปป์ นำไปใช้ปรับปรุงซื้อผู้เล่นเข้ามาในทีม

    ช่วงที่สัญญาระหว่าง นิว บาลานซ์ กับ ลิเวอร์พูล ใกล้จะหมดลง ก็มีคำถามเกิดขึ้นมาสโมสรจะทำอย่างไรต่อ ซึ่ง โฮแกน ก็เลี่ยงที่จะตอบแบบตรงๆ โดยบอกเพียงว่า "เราจะยังไม่ให้ความเห็นใดๆเกี่ยวกับเรื่องสัญญาที่จะหมดลง ถึงเวลาที่เหมาะสมเมื่อไหร่เราจะมาพูดเรื่องนี้กันอีกที"

    แน่นอนครับ ในดีลกับ ไนกี้ เจ้าใหม่ ล่าสุดนี้ คนที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการเจรจา จนทำให้แบรนด์ระดับโลกเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตชุดแข่งให้กับทีม ซึ่งเป็นไปได้ว่า ลิเวอร์พูล จะได้รับเงินถึงปีละ 80 ล้านปอนด์

 

    "หลังจากได้รับเกียรติให้ทำงานร่วมกับสโมสรแห่งนี้มานานเกิน 8 ปี ผมก็ถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากที่จะได้เป็นประธานบริหารของทีม และจะได้สานต่องานอันยอดเยี่ยมที่ทุกคนในองค์กรทำร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ ผมขอขอบคุณ จอห์น (ดับเบิ้ลยู เฮนรี่), ทอม (เวอร์เนอร์) และ ไมค์ (กอร์ดอน) สำหรับโอกาสในครั้งนี้ที่ทำให้ผมได้นำองค์กรเข้าสู่ช่วงต่อไปของเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น" โฮแกน กล่าวแบบเป็นเกียรติสุดๆ หลังได้รับตำแหน่งนี้ต่อจาก มัวร์

    แฟนหงส์มั่นใจได้เลยว่า บิลลี่ โฮแกน คนนี้ จะพา ลิเวอร์พูล เดินหน้า ก้าวไกลในด้านธุรกิจ แบบติดปีกแน่นอน

ซอร์คยินดีหากซานโช่อยู่กับทีมต่อไป

มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของ ดอร์ทมุนด์ ยินดีหาก เจดอน ซานโช่ จะเลือกอยู่ค้าแข้งกับทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า

 แข้งวัย 20 ปีถูกทาบทามอย่างหนักจากทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เดินหน้ายื่นข้อเสนอเพื่อดึงตัวไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ค่าตัวยังไม่บรรจบกันเนื่องจาก "เสือเหลือง" ต้องการค่าตัวที่ 120 ล้านยูโร แต่ "ปีศาจแดง" ยังไม่ยื่นข้อเสนอตามที่ต้องการ

 อย่างไรก็ตาม ซอร์ค ยินดีหากท้ายที่สุดแล้ว ซานโช่ จะอยู่ค้าแข้งกับทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า

 "เจดอน คือนักฟุตบอลที่โดดเด่นด้วยสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนกับนักเตะวัยนี้" ซอร์ค กล่าว "ผมคิดว่ามันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมนี้เมื่อคุณดูจากอายุ"

 "ผมจะยินดีมากหากเขาจะอยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า และนั่นก็คือสถานะของเขาในปัจจุบัน"

 "สิ่งแรกเลยเราต้องยึดติดกับความเป็นจริง – และมันเป็นเช่นนั้น เรายังมีสัญญากับเขาจนถึงปี 2022"

 

แบ็กกี้ส์มาแล้ว!เวสต์บรอมฯคัมแบ็กพรีเมียร์ลีก

"เดอะ แบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คว้าตั๋วคัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก สำเร็จ แม้เกมปิดซีซั่นทำได้แค่เจ๊า ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ขณะที่ทีมดังอย่าง ฟูแล่ม กับ สวอนซี ซิตี้ ไปลุ้นคว้าตั๋วจากการเตะเพลย์ออฟ
             เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คว้าอันดับสองในศึก แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลนี้ พร้อมซิวตั๋วเลื่อนชั้นกลับมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ ถึงแม้เกมสุดท้ายทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 2-2 เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

             "เดอะ แบ็กกี้ส์" ได้คัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก ตามหลังทีมแชมป์อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งนั่นก็ต้องขอบคุณ เบรนท์ฟอร์ด คู่แข่งสำคัญด้วย ที่พลาดท่าแพ้ บาร์นส์ลี่ย์ คาบ้าน 1-2 ทำให้ทีมของกุนซือ สลาเวน บิลิช ได้กลับมาลุยลีกสูงสุดของประเทศ หลังตกชั้นลงมาในฤดูกาล 2017/18

             สำหรับสามทีมที่ตกชั้นลงไปเล่น ลีก วัน ฤดูกาลหน้า ประกอบไปด้วย ชาร์ลตัน แอธเลติก, วีแกน แอธเลติก และ ฮัลล์ ซิตี้ ขณะที่ทีมอันดับ 3-6 อย่าง เบรนท์ฟอร์ด, ฟูแล่ม, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ สวอนซี ซิตี้ ได้ไปเตะเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมสุดท้ายที่ได้เลื่อนชั้น
   
    *ประกบคู่เตะเพลย์ออฟ* (เตะ 2 เกม เหย้า-เยือน)
       
    เลกเรก
        – 26 ก.ค. : สวอนซี ซิตี้ (6) พบ เบรนท์ฟอร์ด (3)
        – 27 ก.ค. : คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (5) พบ ฟูแล่ม (4)
   
    เลกสอง
        – 29 ก.ค. : เบรนท์ฟอร์ด (3) พบ สวอนซี ซิตี้ (6)
        – 30 ก.ค. : ฟูแล่ม (4) พบ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (5)

    ทั้งนี้ เกมรอบชิงชนะเลิศฟาดแข้งกันที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม วันที่ 4 สิงหาคม

 

เชลซีขอจบท็อปทรี! “ชิรูด์” พร้อมล่ารับวูล์ฟส์ที่ฟอร์มกำลังคึกนัดปิดฤดูกาล

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เน้นคว้าชัยเพื่อจบอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนให้ได้โดย โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ พร้อมลงตัวจริงปิดสกอร์ เกมรับ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ฟอร์มการเล่นกำลังแจ่ม  ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 2  (เวลา : 22.00 น.)

ปรีวิว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ (นัดสุดท้าย)
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563
เชลซี (4)   –   วูล์ฟแฮมป์ตัน (6)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 2  (เวลา : 22.00 น.)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี พาทีมแพ้ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ 3-5 ในเกมล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม

    ความพร้อมเกมนี้ แลมพ์สไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ในรายของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ยังไม่หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าก็ชวดเหมือนเดิม 

    ส่วนตัวทีเด็ดอย่าง คริสเตียน พูลิซิช ที่เป็นแค่สำรองในเกมล่าสุด ก็มีลุ้นกลับมาออกสตาร์ตตามปกติ

    นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ กุนซือวูล์ฟแฮมป์ตัน พาทีมชนะคริสตัล พาเลซ 2-0 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 3 เกมแล้ว   
 
    ความพร้อมเกมนี้ นูโน่ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ก็น่าจะยึดทีมจากเกมล่าสุดเป็นหลักต่อไปเหมือนเดิม

    นำโดยบรรดาขาประจำ ไม่ว่าจะเป็น วิลลี่ โบลี่, คอเนอร์ เคาดี้, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่ และ ราอูล ฮิเมเนซ 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    เชลซี (3-4-2-1) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่ – วิลเลี่ยน, คริสเตียน พูลิซิช – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
    ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-2-1) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอเนอร์ เคาดี้, โรแม็ง แซสส์ – แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, จอนนี่ กาสโตร – อดาม่า ตราโอเร่, ดีเอโก้ โชต้า – ราอูล ฮิเมเนซ   
    ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้     

    ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
14/09/19    พรีเมียร์ลีก  วูล์ฟแฮมป์ตัน2 – 5เชลซี
10/03/19    พรีเมียร์ลีก  เชลซี1 – 1วูล์ฟแฮมป์ตัน
06/12/18    พรีเมียร์ลีก  วูล์ฟแฮมป์ตัน2 – 1เชลซี
19/02/17    เอฟเอ คัพ  วูล์ฟแฮมป์ตัน0 – 2เชลซี
26/09/12    ลีก คัพ  เชลซี6 – 0วูล์ฟแฮมป์ตัน

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เชลซี
22/07/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
19/07/20 ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
14/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
11/07/20 แพ้ เชฟฯ ยูไนเต็ด 0-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
07/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

วูล์ฟแฮมป์ตัน
20/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
15/07/20 เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
12/07/20 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
08/07/20 แพ้ เชฟฯ ยูไนเต็ด 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/07/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

แฟนผีเตรียมเฮ!ดอร์ทมุนด์ตกลงขาย “ซานโช” ให้แมนยูแล้ว

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขยิบใกล้เข้าไปทุกทีแล้ว สำหรับการคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกจอมพลิ้ว โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หลังล่าสุดมีข่าว "เสือเหลือง" ตกลงขายให้เรียบร้อย ด้วยค่าตัวเบื้องต้นมากกว่า 2,000 ล้านบาท

     โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ได้ตกลงขาย เจดอน ซานโช ปีกตัวเก่งของทีม ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เรียบร้อย ที่ค่าตัวเบื้องต้น 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,400 ล้านบาท) ตามรายงานจาก ดิ อินดีเพนเดนท์ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     เป็นที่ทราบกันดีว่า ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัว ซานโช ไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) และไม่มีทีท่าที่จะยอมหั่นราคาลง ทว่าล่าสุด ดิ อินดีเพนเดนท์ ระบุว่า "เสือเหลือง" เริ่มใจอ่อน โดยตกลงปล่อย ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี ให้ "ปีศาจแดง" เรียบร้อย ที่ราคาขั้นต้น 60 ล้านปอนด์ ส่วนที่เหลือนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะค่อยๆ ทยอยจ่ายจนครบในภายหลังตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ 

     ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด และ ดอร์ทมุนด์ ต่างต้องการให้ได้บทสรุปดีลนี้โดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "เสือเหลือง" ที่มีคิวกลับมาซ้อมในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เพื่อเตรียมตัวสู้ศึกฤดูกาล 2020/21 และเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีข่าวว่า พวกเขาเริ่มมองหาแข้งใหม่ที่จะเข้ามาแทน ซานโช แล้ว โดยล็อกเป้าไปที่ เมมฟิส เดอปาย กองหน้าชาวดัตช์ของ โอลิมปิก ลียง

ของดีทั้งนั้น!11แข้งฝีเท้าไม่ธรรมดาจาก3สโมสรตกชั้น

 ศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019/20 ปิดฉากลงไปอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งสามสโมสรที่ต้องตกชั้นลงไปโลดแล่นในเวที แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลหน้านั้น ประกอบไปด้วย นอริช ซิตี้, บอร์นมัธ และ วัตฟอร์ด ทว่าสโมสรเหล่านี้มีนักเตะฝีเท้าดีในสังกัดหลายราย และคู่ควรที่จะได้รับความสนใจจากบรรดาสโมสรที่ใหญ่กว่า ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากบางคนได้อยู่โชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก ต่อในฤดูกาลหน้า หรือไม่ก็ย้ายไปค้าแข้งในลีกระดับสูงที่อื่น และนี่คือ 11 แข้งที่น่าสนใจจากสามสโมสรตกชั้น ซึ่งคัดสรรโดยสื่อชื่อดังของอังกฤษอย่าง The Sun
 – เบน ฟอสเตอร์ (วัตฟอร์ด)

     นายทวารวัย 37 ปี มีประสบการณ์เพียบในลีกสูงสุดอังกฤษ โดยลงเฝ้าเสาไปทั้งสิ้น 364 นัด เก็บคลีนชีตได้ 88 ครั้ง ดังนั้น ฟอสเตอร์ ถือเป็นผู้รักษาประตูที่น่าสนใจทีเดียว ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็มีกระแสข่าวว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยากได้เจ้าตัวไปสร้างความกดดันให้กับนายประตูมือหนึ่้งอย่าง อูโก้ โยริส แต่ข่าวการย้ายทีมก็เงียบไป หลัง ฟอสเตอร์ ตกลงขยายสัญญากับ "แตนอาละวาด" เมื่อเดือนก่อน

 – แม็กซ์ แอรอนส์ (นอริช ซิตี้)

  ฤดูกาลที่ผ่านมา แอรอนส์ ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก ให้ นอริช ไปถึง 36 นัด และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จนมีข่าวว่า สเปอร์ส (อีกแล้ว) อยากได้ตัวไปร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ และด้วยการที่ตอนนี้ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ตกชั้นเรียบร้อย จึงน่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับ "ไก่เดือยทอง" ในการเร่งปิดดีลกระชากตัว แบ็กขวาวัย 20 ปี ไปร่วมก๊วน

 – นาธาน อาเก้ (บอร์นมัธ)

  อาเก้ ถือเป็นกองหลังฝีเท้าดีที่ใครๆ ก็ทราบกันดี โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่อปิดดีลได้แล้ว แต่สุดท้ายข่าวก็เงียบๆ ไป ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงต้นสังกัดเก่าอย่าง เชลซี ก็มีข่าวอยากได้ตัว ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์วัย 25 ปี เช่นกัน ซึ่งถึงแม้ บอร์นมัธ เคยตั้งค่าหัว อาเก้ ไว้สูงถึง 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) แต่ด้วยสถานะของสโมสรตอนนี้ที่ตกชั้นเรียบร้อย พวกเขาจึงน่าจะยอมขายในราคาที่ถูกกว่าที่ตั้งเอาไว้ครึ่งหนึ่ง

 – เบน ก็อดฟรีย์ (นอริช ซิตี้)

 

  เป็นอีกหนึ่งแข้งที่น่าสนใจจากค่าย "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ซึ่งเราอาจจะได้เห็นเขาออกไปค้าแข้งในลีกต่างแดนก็เป็นได้ เพราะช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่า สองสโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ แอร์เบ ไลป์ซิก กำลังให้ความสนใจอยู่ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ก็เล็งๆ ปราการหลังวัย 22 ปี รายนี้เช่นกัน

 – ดีเอโก้ ริโก้ (บอร์นมัธ)

  แม้ทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" จะกระเด็นตกชั้น แต่ แบ็กซ้ายชาวสแปนิชวัย 27 ปี ซึ่งย้ายมาจาก เลกาเนส เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ถือเป็นนักเตะอีกคนในสังกัดที่ทำผลงานได้น่าจับตา โดยเฉพาะการเติมเกมรุก ซึ่งประสบการณ์ในเกม พรีเมียร์ลีก 39 นัดนั้น เจ้าตัวจัดไป 4 แอสซิสต์ ถือว่าไม่เลวเลย 

 – เคราร์ด เดวโลเฟว (วัตฟอร์ด)

  เรื่องฝีเท้าของ อดีตเด็กปั้น บาร์เซโลน่า คนนี้ ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ปัญหาบาดเจ็บอย่างรุนแรงตรงหัวเข่า ทำให้เจ้าตัวต้องพักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ทว่าผลงานของ เดวโลเฟว ก่อนเดี้ยงนั้น ถือว่าไม่ใช่เล่นๆ เลย เพราะเจ้าตัวกดไป 4 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกมลีก 28 นัด ดังนั้นเมื่อกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง เดวโลเฟว จึงถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่บรรดาสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ควรจับตามอง

 – อับดูลาย ดูคูเร่ (วัตฟอร์ด)

  มิดฟิลด์เฟร้นช์แมนวัย 27 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาลที่อยู่รับใช้ทัพ "แตนอาละวาด" โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 141 นัด ทำได้ 17 ประตู แต่เราคงจะไม่ได้เห็นเขาอยู่เล่นในระดับ แชมเปี้ยนชิพ ค่อนข้างแน่ เพราะเจ้าตัวแย้มเอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคมแล้วว่า ตั้งเป้าที่จะย้ายทีมหลังจบซีซั่น และมีความฝันที่จะเล่นให้กับยักษ์ใหญ่ในศึก ลีก เอิง อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 – ท็อดด์ แคนท์เวลล์ (นอริช ซิตี้)

  แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้เห็น แคนท์เวลล์ อยู่กับ นอริช ต่อ เพราะฤดูกาลที่ผ่านมา มิดฟิลด์เลือดผู้ดีวัย 22 ปี ทำผลงานได้เข้าตาเหลือเกิน โดยลงเล่นเกมลีกไปทั้งสิ้น 37 นัด ทำได้ 6 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จนมีข่าวเกี่ยวโยงกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ อย่างเช่น ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ บาเยิร์น มิวนิค เป็นต้น

 – โจชัว คิง (บอร์นมัธ)

  หัวหอกทีมชาตินอร์เวย์วัย 28 ปี มีผลงานทำ 48 ประตู กับ 14 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก 161 นัด ให้ทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ดังนั้น คิง จึงถือเป็นกองหน้าที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับเหล่าสโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ต้นสังกัดเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยมีข่าวอยากได้เจ้าตัวกลับสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 – ตีมู ปุ๊กกี้ (นอริช ซิตี้)

  เป็นอีกหนึ่งของดีจากถิ่น แคร์โรว์ โร้ด แม้ 13 เกมหลังสุดในศึก พรีเมียร์ลีก เจ้าตัวผลิตสกอร์ไม่ได้เลยก็ตาม แต่ผลงานโดยรวมตลอดทั้้งซีซั่น กระทุ้งไป 11 ประตู จากการลงเล่น 36 นัด ซึ่งถือว่าไม่เลว และนั่นทำให้ กองหน้าทีมชาติฟินแลนด์วัย 30 ปี มีข่าวเกี่ยวโยงกับ เบซิคตัส สโมสรยักษ์ใหญ่ลีกตุรกี

 – ทรอย ดีนี่ย์ (วัตฟอร์ด)

  แม้อายุปาเข้าไป 32 ปีแล้ว แต่ ดีนี่ย์ ถือเป็นของดีที่น่าสนใจไม่น้อย หลังจากที่กดไป 10 ประตู จาก 27 เกมในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด โดยปัจจุบันเหลือสัญญากับ "แตนอาละวาด" อีกแค่ปีเดียว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่เจ้าตัวจะเลือกอำลาทีมช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เจ้าตัวเปรยๆ เอาไว้เรียบร้อย หลังจบเกมปิดซีซั่นที่ วัตฟอร์ด บุกพ่าย อาร์เซน่อล 2-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา