หมื่นอัพ!แฟนบอลเวียดนามเข้าชมเกมเนชั่นคัพ 2020 ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19

ควันหลงหลังเกมการแข่งขันฟุตบอล เวียดนาม เนชั่นคัพ 2020 รอบแรก ระหว่าง นัมห์ ดินน์ พบ ฮองอันห์ยาลาย ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19
    ที่สนาม เตี๋ยน เถิ่ง สเตเดียม ซึ่งเป็นการลงฟาดแข้งในรอบเกือบ 3 เดือน ของวงการฟุตบอลเวียดนามหลังเจอสถานการณ์โควิด-19 ในเกมนี้มีแฟนบอลเข้าชมในสนามกว่าหมื่นคน

    อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในประเทศเวียดนามนั้นคลี่คลายลงอย่างมากหลังไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจากในรอบกว่า 1 เดือน
 

เทียบผลงานฮาแวร์ทซ์กับบรรดากองกลางลิเวอร์พูล

ส่องผลงาน ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ฟอร์มฮอต เลเวอร์คูเซ่น กับบรรดากองกลาง ลิเวอร์พูล หลังมีหลายสโมสรอยากได้ตัวไปร่วมทีมรวมถึง "หงส์แดง" ด้วย
   
ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นนักเตะอีกรายที่มีข่าวว่า ลิเวอร์พูล อยากได้มาเสริมทัพ เพราะเป็นแข้งฝีเท้าเยี่ยม และเป็นอนาคตของวงการลูกหนังเยอรมัน โดยล่าสุดก็เพิ่งทำ 2 ประตูช่วยให้ "ห้างขายยา" บุกชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา

    นอกจากนั้น มิดฟิลด์วัย 20 ปี ยังเป็นเป้าหมายของ บาเยิร์น มิวนิค, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกด้วย หลังโชว์ฟอร์มสุดยอดทำไปแล้ว 14 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 36 เกมในทุกรายการ

    วันนี้เราจะเปรียบเทียบสถิติของ ฮาแวร์ทซ์ ในบุนเดสลีกา ซีซั่นนี้ กับบรรดามิดฟิลด์ตัวกลางของ ลิเวอร์พูล ทั้ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, นาบี เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์, ฟาบินโญ่, อดัม ลัลลาน่า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ประตูและแอสซิสต์

    ฮาแวร์ทซ์ ทำไป 10 ประตู และ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่น บุนเดสลีกา 24 นัดในซีซั่นนี้ หรือมีค่าเฉลี่ยมีส่วนร่วมกับประตูที่ เลเวอร์คูเซ่น ทำได้ 1 ลูกต่อทุกๆ 144 นาที

    ขณะที่ เฮนเดอร์สัน ทำไป 3 ประตู และ 5 แอสซิสต์ เป็นกองกลาง "หงส์แดง" ที่มีค่าเฉลี่ยดีสุดในการมีส่วนร่วมกับประตูที่ทีมทำได้ 1 ลูกต่อทุกๆ 236.3 นาที

เกมรุกและผ่านบอล

    ฮาแวร์ทซ์ จ่ายให้เพื่อนยิงในลีกไป 5 ลูก และมีค่าเฉลี่ยสร้างโอกาสได้ 2.4 ครั้งต่อเกม ส่วนกองกลาง ลิเวอร์พูล ที่มีค่าเฉลี่ยสร้างโอกาสมากสุดคือ เกอิต้า ที่ 2.0 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย เฮนเดอร์สัน (1.2), อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (1.1), ลัลลาน่า (1.0), มิลเนอร์ (0.9) และ ไวจ์นัลดุม (0.4)

    กองกลางดาวรุ่งทีมชาติเยอรมัน ผ่านบอลสำเร็จ 86.8% ส่วนนักเตะมิดฟิลด์ "หงส์แดง" ที่ผ่านบอลเข้าเป้ามากสุดคือ ไวจ์นัลดุม 90.9% ตามมาด้วย เกอิต้า 88.9%, มิลเนอร์ 86.7%, ลัลลาน่า 85.7%, เฮนเดอร์สัน 84.5% และอ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 83.1%

เลี้ยงบอล

    เกอิต้า เป็นกองกลาง ลิเวอร์พูล ที่เลี้ยงบอลสำเร็จต่อเกมมากสุดที่ 2.7 ครั้ง หรือมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จอยู่ที่ 79.4% ตามมาด้วย อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 1.9 ครั้งต่อเกม หรือสำเร็จ 57.5%

    ส่วน ฮาแวร์ทซ์ เลี้ยงบอลสำเร็จเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 2.4 ครั้ง และมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จอยู่เพียงแค่ 50% เท่านั้น

เกมรับ

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ใช้แท็กติกที่กองกลางทุกคนต้องไล่บอลและช่วยเกมรับด้วย ทำให้ ฮาแวร์ทซ์ ต้องทำงานเรื่องนี้ด้วยถ้าย้ายมาเล่นในถิ่น แอนฟิลด์

    ฮาแวร์ทซ์ เป็นสายรุกทำให้มีสถิติเข้าสกัด 0.6 ครั้งต่อเกม และตัดบอล 0.1 ครั้งต่อเกมเท่านั้น ส่วนกองกลาง ลิเวอร์พูล ที่เข้าสกัดต่อเกมมากสุดคือ ลัลลาน่า (4.6), เกอิต้า (3.9) และ เฮนเดอร์สัน (2.6)

    ด้านการตัดบอลมิดฟิลด์"หงส์แดง" ที่มีค่าเฉลี่ยทำได้ต่อเกมเยอะสุดคือ เกอิต้า (1.5), อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (1.4), ลัลลาน่า (1.2) และ เฮนเดอร์สัน (1.1)

ทำตามความรู้สึก! เดชองส์ชื่นชมก็องเต้ปฏิเสธซ้อมกับเชลซี

นายใหญ่ทีมชาติฝรั่งเศสยกย่องลูกทีมคนเก่งที่ทำตามความรู้สึก หลังปฏิเสธซ้อมกับสโมสรเพราะกลัวอันตรายจากเชื้อโควิด-19

ดิดิเยร์ เดชองส์ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศส ยกย่อง เอ็นโกโล ก็องเต้ ที่กล้าปฏิเสธที่จะเดินทางมาซ้อมกับเชลซี เพราะหวั่นได้รับอันตรายจากไวรัสโควิด-19 หลังก่อนหน้านี้เคยแสดงอาการคล้ายติดเชื้อในระหว่างกักตัว

กองกลางเฟร้นช์แมนมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมแค่วันเดียว ก่อนจะขอลงซ้อมเองที่บ้านนับตั้งแต่นั้น ซึ่งสิงห์บลูก็อนุญาตให้เขาทำตามความต้องการ แม้ว่าพวกเขาอาจหมดสิทธิ์ใช้งานแข้งรายนี้ตลอดซีซันที่เหลือ

"ผมไม่ได้แค่เข้าใจเขา แต่ผมยังมองว่ากรณีของก็องเต้คือแบบอย่าง" เดชองส์ กล่าวผ่าน Le Parisian

"เอ็นโกโลเป็นธรรมชาติมาก ๆ เขายิ้มอยู่เสมอ"

"เขาแสดงความรู้สึกออกมา ผมเคารพเขา"

"มันเป็นเรื่องดีที่สโมสรรับฟังเขา และอนุญาตให้เขาทำตามความต้องการ คุณต้องพิจารณาความรู้สึกของนักเตะด้วย"

"ฟุตบอลคืองานของพวกเขา ความชื่นชอบของพวกเขา แต่พวกเขาไม่สามารถอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันโดยไม่สนใจอะไรได้"

"ถ้าสโมสรยังเรียกร้องให้พวกเขามาซ้อม มันเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะแสดงผลงานออกมา"

ทั้งนี้ ก็องเต้ระมัดระวังสุขภาพของตัวเองเป็นพิเศษ หลังเคยมีอาการวูบในระหว่างซ้อมกับสิงห์บลูในปี 2018 แถมยังต้องมาเสียพี่ชายจากอาการหัวใจวายในปีเดียวกัน

ร็อดเจอร์สรับติดเชื้อโควิดก่อนรักษาหายดีแล้ว

เผยมีกุนซือ พรีเมียร์ลีก อีกรายที่ติดโควิด-19 หลังเบรกซีซั่นไม่นาน แต่ตอนนี้หายแล้ว เจ้าตัวรับสุดทรมาน ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง ไม่ได้กลิ่น และไม่รับรู้รสชาติเลย

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยว่า ทั้งตัวเอง และภรรยาติดเชื้อโควิด-19 แต่เวลานี้หายดีแล้ว โดยยอมรับว่า ช่วงที่ป่วยมีอาการเหนื่อยหอบเหมือนกับต้องปีนเขาคีลิมันจาโร่เลยทีเดียว

        ร็อดเจอร์ส เผยผ่าน บีบีซี เลสเตอร์ สปอร์ต เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า "ผมและภรรยาติดเชื้อหลังจากที่ฤดูกาลหยุด หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นผมเริ่มมีอาการ ผมไม่ได้กลิ่น และไม่รับรู้รสชาติ"

        "ผมไม่มีแรง ผมต้องต่อสู้กับมันเช่นเดียวกับภรรยาของผม ผมและภรรยาเข้ารับการตรวจก่อนผลออกมาติดเชื้อ ผมแทบเดินไม่ได้เลย มันทำให้ผมนึกถึงตอนปีนเขาคีลิมันจาโร่ ยิ่งคุณปีนขึ้นไปสูง คุณก็ต้องหอบมากขึ้น

        "การเดินแค่ 10 หลายังรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมมาก ผมไม่สามารถวิ่งได้ ผมรู้สึกอ่อนแรง ผมไม่อยากกินอาหาร และมีความรู้สึกแปลกๆ เป็นเวลา 3 สัปดาห์กับการที่ไม่รู้สึกรสชาติอะไรเลย" ร็อดเจอร์ส กล่าว
    
        ทั้งนี้ ร็อดเจอร์ส เป็นกุนซือคนที่ 2 ใน พรีเมียร์ลีก ที่ยอมรับว่าติดโควิด-19 ต่อจาก มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ที่ติดเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่ลีกจะต้องระงับมาจนถึงเวลานี้

ลิเวอร์พูลต้องสอยแล้ว!แวร์เนอร์ทำสถิติน่าสนใจหลังกดแฮตทริกใส่ไมนซ์

 นี่มันระเบิดฟอร์มโหดยั่ว ลิเวอร์พูล ชัดๆ… ติโม่ แวร์เนอร์ หัวหอกดาวดัง แอร์เบ ไลป์ซิก ได้ทำสถิติน่าสนใจในศึก บุนเดสลีกา หลังกดแฮตทริกช่วยทีมบุกกระซวก ไมนซ์ 05 5-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
    ติโม่ แวร์เนอร์ กองหน้าตัวเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในรอบ 21 ปีของศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ที่ทำสองแฮตทริกใส่คู่แข่งหน้าเดิมภายในฤดูกาลเดียว หลังล่าสุดกระทุ้ง 3 ประตูช่วยต้นสังกัดบุกไปถล่ม ไมนซ์ 05 5-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    เกมแรกที่ทั้งสองทีมเจอกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน แวร์เนอร์ ซึ่งกำลังมีข่าวได้รับความสนใจจาก ลิเวอร์พูล กด 3 ตุง ช่วย ไลป์ซิก เปิดบ้านยำใหญ่ ไมนซ์ 05 8-0 และล่าสุดเมื่อคืนวันอาทิตย์ เจ้าตัวก็ทำแฮตทริกได้อีกครั้งในการเจอกับ ไมนซ์ ซึ่งถือเป็นคนแรกที่ทำสองแฮตทริกใส่คู่แข่งทีมเดิมภายในฤดูกาลเดียวกัน นับตั้งแต่ที่ อูล์ฟ เคียร์สเท่น ตำนานดาวยิง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทำใส่ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เมื่อฤดูกาล 1998/99

    สำหรับฤดูกาลนี้ แวร์เนอร์ ทำประตูในเกมลีกไปแล้ว 24 ลูก จากการลงแข่ง 27 นัด และถ้านับรวมทุกรายการ เจ้าตัวกดไปแล้ว 30 ลูก จาก 38 นัด

บิ๊กแมตช์บุนเดสฯ!ดอร์ทมุนด์ฟัดบาเยิร์น “ฮาแลนด์” ดวลคม “เลวานดอฟสกี้” PPTVยิงสด

คู่เดือดลีกสูงสุดเมืองเบียร์…"เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ รองฝูง คาดใส่เต็มสูบโดยมี เออร์ลิง ฮาแลนด์ นำล่าตาข่าย เกมรับคมเขี้ยว "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงที่มี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ พร้อมขุดสกอร์ ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน วันอังคารที่ 26 พ.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 (เวลา : 23.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2563
ดอร์ทมุนด์   –   บาเยิร์น มิวนิค
ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS (เวลา : 23.30 น.)
สนาม : ซิกนั่ล อิดูน่า พาร์ค

สภาพทีมโดยทั่วไป

ดอร์ทมุนด์
     "เสือเหลือง" ของเทรนเนอร์ ลูเซียง ฟาฟร์ รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค 4 คะแนนจากการลงเล่น 27 นัดเท่ากัน นัดล่าสุดบุกไปอัด โวล์ฟสบวร์ก 2-0

    สภาพทีมยังไม่สามารถใช้งานกลุ่มแข้งเจ็บอย่าง มาร์โค รอยส์ (ฟื้นฟูความฟิต), นิโค่ ชูลซ์ (กล้ามเนื้อ) และ ดาน-อักเซล ซากาดู (เรียกความฟิต) ได้ทั้งหมด แต่จะได้ อักเซล วิตเซล ฟิตกลับคืนทีม ส่วน มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ที่มีปัญหาบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย จะผ่านความฟิตลงสนามได้

    ภายใต้ระบบ 3-4-3 คาดว่า ฟาฟร์ จะปรับตำแหน่งเดียยวถอด โธมัส เดลานี่ย์ ออก และส่ง เอ็มเร่ ชาน ลงคุมเกมร่วมกับ มาห์มูด ดาห์อูด สามประสานแนวรุกยึดชุดเดิมวาง ยูเลี่ยน บรันด์ท, เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ ธอร์กกาน อาซาร์ นำทัพ ขณะที่ เจดอน ซานโช่ ดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ จะเป็นสำรองคอยลงมาพลิกเกม

บาเยิร์น มิวนิค
    ข้ามมาดู บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค ที่้เพิ่งได้รับการต่อสัญญาคุมทีมยาว ทำผลงานรั้่งจ่าฝูงเหนียวแน่น ซึ่งสภาพทีมยังชวดใช้งาน, นิคลาส ซือเล่ (เข่า), โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ (ข้อเท้า),  ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ข้อเท้า) ทั้งหมด  แต่จะได้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ฟิตกลับคืนทีม

    ภายใต้ระบบ 4-2-3-1 เกมรุก แซร์ช นาบรี้ จะได้คืนตัวจริงลงประสานงานกับ  คิงส์เล่ย์ โกมัน และ โธมัส มุลเลอร์ ที่ฟอร์มร้อนแรง หน้าเป้าจัด  โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คอยจบสกอร์ แผงหลังยึดชุดเดิมต่อไปใช้ เยโรม บัวเต็ง จับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ ดาวิด อลาบา

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    ดอร์ทมุนด์ (3-4-3) : โรมัน เบือร์กี้ – ลูคัส พิสเซ็ค, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, มานูเอล อคานจี – อาชราฟ ฮาคิมี่, มาห์มูด ดาห์อูด, เอ็มเร่ ชาน, ราฟาแอล เกร์เรยโร่ –  ยูเลี่ยน บรันด์ท, เออร์ลิง ฮาแลนด์, ธอร์กกาน อาซาร์
    เทรนเนอร์ : ลูเซียง ฟาฟร์

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1):  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง , ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส  -โยชัว คิมมิช, เลออน โกเรทซ์ค่า –  คิงส์เล่ย์ โกมัน , โธมัส มุลเลอร์, แซร์ช นาบรี้  – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค

คิมมิชชิพขั้นเทพ! บาเยิร์นบุกเฉือนดอร์ทมุนด์สุดมัน นำฝูงหนี7แต้ม

"เสือใต้" โอกาสป้องแชมป์ซีซั่นนี้มีสูงมากหลังโชว์ฟอร์มเฉียบบุกไปเอาชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถึงถิ่นแบบสนุก 1-0 จากประตูชัยของ โยชัว คิมมิช ที่ชิพบอลอย่างเหนือชั้นให้ทีมบุกเก็บสามแต้มพร้อมรั้งจ่าฝูงนำห่าง "เสือเหลือง" อันดับสองไปเป็น 7 คะแนน ในศึก "แดร์ คลาสซิเคอร์" ครั้งที่ 126 เกมบุนเดสลีกา เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

สนาม : ซิกนั่ล อิดูน่า พาร์ค

    ศึกแห่งศักดิ์ศรี "แดร์ คลาสซิเคอร์" ครั้งที่ 126 สุดยอดบิ๊กแมตช์บุนเดสลีกายุคนี้ เจ้าบ้านซึ่งเป็นรองจ่าฝูง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำการเปิดรังรับมือ บาเยิร์น มิวนิค "จ่าฝูง" แม้เกมนี้จะเล่นโดยสนามปิด แต่เกมนี้ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการสามคะแนน เนื่องจากมีผลต่อการลุ้นถาดแชมป์เมืองเบียร์ซีซั่นนี้

    "เสือเหลือง" ของ ลูเซียง ฟาฟร์ เกมนี้ยังให้ เจดอน ซานโช ที่สภาพร่างกายยังไม่พร้อมเต็มร้อยนั่งอยู่ข้างสนามเช่นเดียวกับ เอ็มเร่ ชาน โดยสามประสานแนวรุกยังเป็น ยูเลี่ยน บรันด์ท, เออร์ลิง ฮาแลนด์ และธอร์กกาน อาซาร์

    ส่วนทางฝั่ง ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค นายใหญ่ของ "เสือใต้" จัด แซร์ช นาบรี้ ที่เป็นสำรองเกมที่แล้วออกสตาร์ทตัวจริงร่วมกับ โธมัส มุลเลอร์ และคิงส์เล่ย์ โกมัน โดยมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวซัลโวของลีกเป็นตัวจบสกอร์

    เริ่มเกมมาได้ไม่ถึงนาที "เสือเหลือง" เกือบมีลุ้นขึ้นนำไปก่อน หลัง ธอร์กกาน อาซาร์ หลุดเข้าไป แต่ยังดีที่ มานูเอล นอยเออร์ อ่านเกมดีออกมาสกัดนอกกรอบ บอลมาเข้าทาง เออร์ลิง ฮาแลนด์ กระชากหนีเข้ากรอบแล้วซัดด้วยขวาลอดขา นอยเออร์ ไปแล้วแต่บอลยังเบาไปตรงตัว เยโรม บัวเต็ง ที่คุมเส้นเคลียร์ออกไปได้

     เจ้าบ้านยังเร่งเกมรุกเข้าใส่ นาทีที่ 4 ราฟาแอล เกร์เรยโร่ จ่ายเข้ากลางให้ ยูเลี่ยน บรันด์ท ลองตะบันด้วยขวาเต็มแรง แต่บอลยังไปตรงตัว นอยเออร์ รับไว้ได้ไม่มีปัญหา

    นาที 12 "เสือใต้" ได้เสียวบ้าง โยชัว คิมมิช ตักบอลเข้าไปในกรอบ โธมัส มุลเลอร์ สอดเข้ามาโขกบอลแต่โดนบางไปตรงตัว โรมัน เบือร์กี้

    บอลเล่นกันเร็ว แต่กลายเป็นทีมเยือนที่เกือบจะมีลุ้นขึ้นนำอีกครั้ง นาที 19 คิงส์เล่ย์ โกมัน จ่ายเลียดตัดแนวรับไปเสาแรกให้ แซร์ช นาบรี้ อัดด้วยขวา บอลพุ่งจะเสียบเสาไกลอยู่แล้ว แต่ไปไปติด ลูคัส พิสเซ็ค ที่ยืนคุมเส้นสกัดไว้ได้หวุดหวิด

    เกมรุก "เสือใต้" มาเป็นชุด นาที 23 แซร์ช นาบรี้ ไหลออกขวาให้ คิงส์เล่ย์ โกมัน หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสาแรกไปติดเซฟ เบือร์กี้ ทุบออกไป

    นาที 30 เจ้าบ้านได้บอลโต้กลับเร็วบ้าง ธอร์กกาน อาซาร์ ไหลบอลให้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ลองกดด้วยซ้ายแต่ยังไม่ผ่านบล็อคของแนวรับเสือใต้

     เข้าสู่นาทีที่ 40 บาเยิร์น ได้ลุ้นอีกที คราวนี้ ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ตั้งป้อมตะบันด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งแรงจน โรมัน เบือร์กี้ ต้องทุบออกไป

    จนแล้วจนรอด นาที 44 กลายเป็น "เสือใต้" ที่บุกมาขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ โธมัส มุลเลอร์ จ่ายบอลสั้นให้ โยชัว คิมมิช เติมขึ้นมาแล้วบรรจงชิพบอลนอกกรอบข้ามหัว โรมัน เบือร์กี้ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    จบครึ่งแรก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค 0-1

    ครึ่งหลัง "เสือเหลือง" เปลี่ยนรวดเดียวสองคนส่ง เจดอน ซานโช่ และเอ็มเร่ ชาน ลงมาเล่นแทน ยูเลี่ยน บรันด์ท และโธมัส เดลานี่ย์

    นาที 49 มาห์มูด ดาห์อูด ลากตัดเข้ากลางแล้วส่องด้วยขวานอกกรอบ แต่บอลยังไม่ห่างมือ มานูเอล นอยเออร์ รับไว้ได้

    นาที 53 ทีมเยือนเกือบได้ลุ้นเม็ดที่สองนำห่าง โธมัส มุลเลอร์ ชิ่งคืนให้ ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ตะบันด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งเกือบเสียบเสาไกลยังดีที่ โรมัน เบือร์กี้ ปัดปลายมือออกไปหวุดหวิด

     อีก 5 นาทีถัดมา เจ้าบ้านมีลุ้นตีเสมอบ้าง ธอร์กกาน อาซาร์ จ่ายคืนหลังให้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ซัดด้วยขวา แต่บอลไปติด เยโรม บัวเต็ง ออกหลังไป

    นาที 72 ลูเซียง ฟาฟร์ ต้องถอดเอา เออร์ลิง ฮาแลนด์ หลังมีอาการเจ็บก่อนส่งไอ้หนู โจวานนี่ เรย์น่า ลงเล่นแทน เช่นเดียวกับเสือใต้ที่อีกนาทีต่อมาส่ง อิวาน เปริซิช ลงมาเล่นแทน คิงส์เล่ย์ โกมัน

    นาที 74 ไอ้หนู เรย์น่า เรียกฟรีคิกให้เจ้าถิ่นได้ระยะกว่า 25 หลา และเป็น ราฟาแอล เกร์เรยโร่ ที่ปั่นข้ามกำแพงเข้าไป แต่ยังไม่ผ่านมือ นอยเออร์ ที่ยืนตำแหน่งดีรับไว้ได้
 
    ท้ายเกม "เสือเหลือง" โหมบุกอย่างหนัก นาทีที่ 80 มาห์มูด ดาห์อูด ที่ครึ่งหลังเล่นได้โดดเด่น ได้ส่องเต็มข้อนอกกรอบบอลพุ่งแรงจะเปลี่ยนทางเข้าประตูอยู่แล้วแต่ยังไปติดมือ นอยเออร์ ที่เซฟได้อย่างเหลือเชื่อ

    ช่วงเวลาที่เหลือ "เสือใต้" รักษาสกอร์นำไว้ได้ ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าจบเกมการแข่งขัน เป็นอันว่า บาเยิร์น มิวนิค บุกมาคว้าสามแต้มเหนือเจ้าถิ่น ดอร์ทมุนด์ ไปแบบสุดมัน 1-0 นำเป็นจ่าฝูงต่อไป พร้อมทิ้ง "เสือเหลือง" อันดับสอง ไปถึง 7 แต้ม

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        ดอร์ทมุนด์ (3-4-3) : โรมัน เบือร์กี้ – ลูคัส พิสเซ็ค (มาริโอ เกิทเซ่ น.80), มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, มานูเอล อคานจี – อาชราฟ ฮาคิมี่, มาห์มูด ดาห์อูด (อักเซล วิตเซล น.85), โธมัส เดลานีย์ (เอ็มเร่ ชาน น.46), ราฟาแอล เกร์เรยโร่ – ยูเลี่ยน บรันด์ท (เจดอน ซานโช่ น.46), เออร์ลิง ฮาแลนด์ (โจวานนี่ เรย์น่า น.72), ธอร์กกาน อาซาร์

        เทรนเนอร์ : ลูเซียง ฟาฟร์

        บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1):  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง (ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ น.85), ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส  – โยชัว คิมมิช, ลีออน โกเร็ตซ์ก้า –  คิงส์เล่ย์ โกมัน (อิวาน เปริซิช น.73) , โธมัส มุลเลอร์, แซร์ช นาบรี้ (ฆาบี้ มาร์ติเนซ น.87) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

        เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค

 

โด้,เมสซี่โดนโค่นแล้ว!เปิดโผ 10 อันดับนักกีฬารายได้สูงสุดปี 2020

 โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ แร็กเกตชื่อดังชาวสวิตเซอร์แลนด์ ก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาที่ทำรายได้สูงสุดในโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่อยู่ในวงการเทนนิสอาชีพ จากการจัดอันดับของ "ฟอร์บส์" นิตยสารด้านการเงินระดับโลก

    นักหวดจากแดนนาฬิกา สามารถแซงหน้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์ สามสตาร์ดังวงการฟุตบอล และ เลบรอน เจมส์ สุดยอดนักยัดห่วงแห่งศึกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ หลังรายได้ก่อนหักภาษีประจำปี 2020 สูงถึง 85.6 ล้านปอนด์ (ราว 3,252 ล้านบาท)

    "เฟดเอ็กซ์" ซึ่งคว้าแชมป์แกรนด์สแลม 20 สมัยทำกำไรได้อย่างมหาศาลถึง 80.7 ล้านปอนด์ (ราว 3,066 ล้านบาท) จากค่าลิขสิทธิ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ที่่สำคัญ แร็กเกตวัย 38 ปี เป็นนักเทนนิสคนแรกที่ขึ้นมารั้งเบอร์ 1 นับตั้งแต่ที่มีการจัดอันดับเมื่อปี 1990 หรือ 30 ปีที่ผ่านมา

    ขณะที่ โรนัลโด้ และ เมสซี่ ที่ผลัดกันครองแชมป์กันมาตลอด 3 จาก 4 ปีที่ผ่านมา ต้องหลบทางให้กับ เฟเดอเรอร์ โดยในรายของ สตาร์ชาวโปรตุเกสจาก ยูเวนตุส รั้งอันดับ 2 รายได้ก่อนหักภาษีอยู่ที่ 84.8 ล้านปอนด์ (ราว3,211 ล้านบาท) ส่วน ดาวเตะอัจฉริยะ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ทำเงินไป 84 ล้านปอนด์ (ราว 3,192 ล้านบาท)

    ในส่วนของ เนย์มาร์ หัวหอกชาวบราซิเลียน "เปแอสเช" ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รายรับอยู่ที่ 77.1 ล้านปอนด์ (ราว 2,929.8 ล้านบาท)  รั้งอันดับ 4 ตามด้วย เลบรอน เจมส์ ฟอร์เวิร์ดคนเก่งจากทีมลอสแองเจลิส เลเกอร์ส ทำเงินไป 71.2 ล้านปอนด์ (ราว2,705 ล้านบาท) ติดอันดับ 5 ขณะที่ ไทเกอร์ วู้ดส์ อดีตมือ 1 ของโลก สร้างรายได้ถึง 50.3 ล้านปอนด์ (ราว 1,911 ล้านบาท) รั้งอันดับ 8

 

 10 อันดับนักกีฬาที่ทำรายได้สูงสุดประจำปี 2020 ก่อนหักภาษีจากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์